| Kutiman 的个人资料 " K u t i m a n " 日志列表 | 帮助 |
|
|
+ เรื่องของลูกค้า 2นี่พูดจริง ๆ นะว่า เวลาได้ยินเสียงโทรศัพท์ จิตมันตกไปแล้ว 50% ถ้าเกิดเห็นว่าเป็น ลูกค้าโทรมา จิตตกไปอีก 30% รับโทรศัพท์ด้วยสติ 20% บอกแม่ว่า เกิดอาการแบบนี้นะ แม่ก็บอกว่า ... มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ เค้าโทรมาก็ต้องมีเรื่องซิ ใช่แม่ แต่ไม่เอาแบบนี้ นอนอยู่ก็โทรหา กินอยู่ก็โทรหา นั่งอยู่บนรถก็โทรหา นั่งทำงานก็โทรหา จะไปเที่ยวก็ยังโทรหา แล้วก็ต้องเครียดทุกครั้งที่คุย แบบนี้ไม่เอา วันนี้มันมาอีกแล้ว อุตส่าห์แบกตัวเองเดินทางไป หอเพื่อนเพื่อจะยืมกล้อง ไปถ่ายให้มัน (ตอนนี้ทนไม่ไหวขอเรียกว่ามัน) รถก็โคตรจะติด นั่งหลับบนรถ ก็โทรมา สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ ตอนนี้คุยได้หรือเปล่าคะ ติดธุระอะไรอยู่หรือเปล่า (ติดธุระที่ต้องนั่งรถไปเอากล้องให้มึงไง!!!!) คุยได้ครับมีอะไรหรือครับ พรุ่งนี้ 1.30 น. ใช่ไหมคะ ครับ โอเคค่ะ เอ่อ คือ พี่ขอรบกวนอะไรน้องติหน่อยได้ไหมคะ ครับ คือ น้องติช่วยลงโปรแกรมใหม่ให้พี่หน่อยได้ไหมคะ เอ่อ พอดีว่า น้องพี่ ลงโปรแกรมให้พี่แล้วมันเอ๋อเครื่องมันช้าไปหมดข้อมูลมันหาย ๆ ครับ (ก็ให้น้องคุณพี่มาลงใหม่ซิครับ เค้าเก่งคอมเหมือนกัน) น้องติช่วยลงให้พี่หน่อยได้ไหมคะ โปรแกรมอะไรครับ โปรแกรม xp ทั่วไปอะคะ (โอ้แม่จอร์ชเครื่องรุ่นพระเจ้าเหา ลงวินโดว์ไม่ต่ำกว่า 2 ช.ม.แน่) วินโดว์เหรอครับ พี่มีแผ่นหรือเปล่าครับ พี่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคอมเลยน้องติ พี่ไม่มีอะไรเลย (เหอะ) คงไม่ได้ครับ ผมก็ไม่มีแผ่นเหมือนกัน .... .... งั้นไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ค่ะ ครับ วางสาย โว๊ย .... มึงนี่ราวีกูจังนะ นอกจากลากกูไปถ่ายรูปให้พวกมึงแล้ว มึงจะลากกูให้ไปลงวินโดว์ ลงโปรแกรมให้พวกมึงด้วย !!! คอมโบราณขนาดนั้น อยากจะให้วิ่งเร็วปี๊ดดดดดดดด ฝันไปก่อน ... เหอะ เห็นกูเป็นขี้ข้าหรือไง ต้องไปจัดการอะไรให้พวกมึงเนี้ยยยยยย ปล. ขอโทษสำหรับคนที่อ่านครับ อาจจะทำให้จิตของท่านเกิดอาการเซ็งได้ เจ้าของสเปซไม่ได้มีเจตนาให้เกิดอาการเครียดตาม ๆ กัน นะคร๊าบบบบบ ^________________________________________________^ + เรื่องของลูกค้า ใคร ๆ ก็ว่าลูกค้า คือ บร๊ะจ้าว ... ( พระเจ้า ) ซึ่งก็คงต้องยอมรับเพราะเค้าคือคนที่ทำให้เราได้มีเงิน แลกแรงเหนื่อยแรงกายแรงสมองเพื่อแลกกับเงิน ไม่มีเค้าเราก็ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ลูกค้าคือผู้มีพระคุณ ... แต่ .... กูละหน่าย ลูกค้าเรื่องมาก ............. มากสัด ให้เงินกูอย่างกับกูทำงานให้แมร่งฟรี งบหมื่นนึง ให้กูทำงานอย่างกับงบแสนนึง ต้องรายงานผลให้เค้าดูทุกสัปดาห์ พอไปคุยเรื่องรายละเอียดถามเค้าว่า พี่ครับ พี่อยากได้แบบไหนครับ พี่อยากได้แบบนี้ เอาแบบนี้น้อง ลักษณะนี้นะ อย่างงี้ อย่างงั้น พอทำให้ ... โทรมาอย่างเร็วน้องคะ พี่รับไม่ได้ ... ก็ไปคุยอีกรอบนึงก็ถามเค้าว่า พี่อยากได้แบบไหนครับ พี่อยากได้แบบนี้แนวนี้ น้องเข้าใจพี่ใช่ไหมคะ แล้วเค้าก็ให้ผมเปิดเว็บที่ผมคิดว่า สวย ๆ ให้เค้าดู ... แต่เค้าก็ไม่พอใจ เค้าก็เปิดเว็บที่เค้าคิดว่าสวยดู ... ไหนวะหาความสวยไม่เจอ ก็เว็บทั่วไปที่เก่า ๆ แบบเก่า พอผมถามเค้าว่า สรุปว่าพี่อยากได้แนวไหนอะไรยังไง ก็แล้วแต่น้องคะ น้องออกแบบมาก่อนละกัน แต่พี่ชอบอาร์ต ๆ .... อาร์ตเหรอ ก็เลยยกงานออกแบบไปให้เพื่อนคนนึง..ทำ..แล้วเพื่อนก็ทำ เพื่อนก็ถามเค้าอยากได้แบบไหน ก็ได้แต่ตอบไปว่า แล้วแต่เลย แต่ขออาร์ต ๆ ในขณะที่ให้เพื่อนไปทำก็โทรมาตามจิกทุกวัน ไอ้ลูกค้าเนี้ย น้องส่งให้พี่ยังคะ น้องยังไม่ส่งให้พี่ดูนะคะ จะส่งมาเมื่อไหร่คะ พอเพื่อนทำเสร็จ ก็ส่งไปให้เค้าดู ... ก็โทรมาอย่างไว น้องคะแบบนี้ไม่เอา มันหวานไป แบบนี้ไม่ได้เข้าใจพี่ไหมคะ น้องคิดว่าไงคะ น้องคิดว่ามันโอเคไหมละคะ พี่ว่ามันไม่โอเค ก็เลยต้องไปคุยกับเค้าอีกทีนึง ก็ถามเค้าว่า พี่เอายังไงแน่ครับ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน น้องคิดว่ายังไงละคะ แต่พี่ชอบแนวนี้ เค้าก็ชี้ไปที่โปสการ์ดหลาย ๆ ใบ ชี้ไปที่โปสเตอร์ Loveis ของพี่บอย สรุปคือทำตามใจพี่ว่างั้น ก็เลยบอกเค้าไปว่า โอเคครับ เดี๋ยวลองไปคุยกับเพื่อนให้อีกที ก็เลยมาคุยกับเพื่อนบอกว่า เค้าอยากได้อาร์ต ๆ ที่ผู้ใหญ่ชอบ ดึงดูดเด็ก ไม่เอาลายแบบเดิม รูปภาพเอาพวกโต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ ก็ได้คำถามจากเพื่อนว่า ที่ว่าอาร์ต เนี่ย อาร์ตแบบไหน อาร์ตมันมีหลายแบบ ... สรุปคือ กุก็ไม่รู้เหอะ จากนั้นเพื่ือนก็ไปออกแบบ ในขณะที่เพื่อนไปออกแบบก็ยังเหมือนเดิม เหมือนฝันร้ายเลย โทรมาหา โทรมาถามถึงไหนแล้ว ส่งให้พี่หรือยัง เมื่อไหร่จะส่ง จะส่งให้เมื่อไหร่ พี่ยังไม่ได้งานของเราเลยนะ ก็ได้แต่ตอบไปว่า ... เพื่อนยังทำไม่เสร็จครับ เดี๋ยวจะเร่งให้ พอทำเสร็จผมก็เอางานไปให้เค้าดู ... เค้าก็ดูแล้วเค้าก็อึ้ง ที่ตกลงกันไว้ไม่ใช่แบบนี้นะคะ แบบนี้ไม่ได้นะคะ น้องติคิดว่าไงคะ น้องว่ามันเหมาะไหมคะ .... พูดไม่ออกเลยกู ก็เลยบอกเค้าไปว่า เอาแบบนี้ละกันนะพี่ เดี๋ยวผมทำเองดีกว่า ( เพราะว่าเหนื่อยใจจนทนไม่ไหวแล้ว ต้องมาคอยรับหน้า ทั้งลูกค้าและก็เพื่อนแบบนี้ กูไม่ใช่ถังขยะนะโว๊ยยย ต้องมาฟังด่ากันไปด่ากันมา ) ผมรับผิดชอบเองหมดเลย เดี๋ยวผมทำให้แล้วส่งให้พี่ดู ได้ส่งมาให้ดูเรื่อย ๆ แล้วกัน น้องติจะได้ไม่ต้องมาที่นี่ ( เหอะ กูไปจนกูหมดไปหลายร้อยแล้วเสลดดด ) แล้วเค้าก็เอาพวกเอกสารต่าง ๆ มาให้ผม ... พอดีเอะใจถามเค้า ว่า พี่ครับพวกรูปนี่เดี๋ยวพี่จะถ่ายเองใช่ไหมครับ ( เนี่ยแมร่งพลาดอย่างใหญ่หลวง คือจะถามว่า พวกรูปนี่พี่จะถ่ายใหม่หรือว่าไงครับ ) เค้าก็พูดกันเลยว่า น้องติถ่ายให้พี่ได้ไหมคะ เพราะว่าฝ่ายนู้นเค้าถ่ายแล้วรูปออกมาไม่ดีเลย ปากกูก็พล่อยเหลือเกินก็บอกเค้าว่าพอดีผมมีแต่กล้องฟิลม์ครับ ผมถ่ายไม่ค่อยสวย ไม่เป็นไรคะ กล้องฟิล์มคลาสสิคดี พี่ชอบ ตอนนั้นอึ้งครับ พี่ไม่ดีมั้งครับ เดี๋ยวเสีย ... ถ้าถ่ายต้องถ่ายกล้องดิจิตอลดีกว่าครับ แต่ผมไม่มีกล้องดิจิตอล ผมถ่ายให้ไม่ได้ น้องติเรียนมัลติมาไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงถ่ายไม่ได้ ... เอาเชี่ยแล้วไง ก็มึนเลยครับวิ้ง ๆ ก็เลยออกมาจากที่นู้น ... อารมณ์บ่จอย ... กลับถึงบ้านเตรียมตัวออกไปเที่ยว ขณะเดินทาง .... โทรมาหาอีกแล้ววววววววววว น้องติคะ น้องติส่งที่เพื่อนออกแบบให้ลาดกระบังให้พี่ดูยังคะ หือ ... พี่จะเอาหรือครับ ค่ะ เอาซิคะ น้องติยังไม่ได้ส่งให้พี่ดูใช่ไหม ส่งมาเลยค่ะ เอาตอนนี้เลยเหรอครับ ค่ะ ตอนนี้พี่อยู่หน้าคอมพี่อยากดู เอ่อ .. คือ ผมอยู่ข้างนอกครับ ไม่สะดวก อ๋องั้นไม่เป็นไรค่ะ พอว่าง คิดแล้ว แมร่งเอ๊ย ชักจะเบียดเบียนชีวิตปกติกูเสียแล้ว วันนี้มาอีกแล้ว ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด ... โว๊ย เสียงโทรศัพท์นรกมาแล้ววววววววววววว อยากปิดมือถือหนีเหลือเกิน แต่ทำไม่ได้ สวัสดีครับ น้องติยังไม่ได้ส่งลาดกระบังให้พี่ดูเลยนะคะ อ่อครับ เดี๋ยวผมส่งให้เดี๋ยวนี้เลยครับ อ้อ น้องติเรื่องถ่ายรูปน้องติจะถ่ายให้พี่วันไหนคะ หือ อะไรนะครับ ผมถ่ายเหรอ? ใช่ซิคะ น้องตินี่ยังไงก็น้องติบอกพี่ว่าน้องติจะถ่ายให้ เมื่อวานก็ตกลงกันแล้ว .... (กูไปตกลงตอนไหน) คือพี่ครับ ผมถ่ายไม่ได้ครับผมไม่มีกล้อง อ้าวไหนบอกน้องติมีกล้อง ยังไงคะเนี่ย พี่ต้องไปบอกนักศึกษาแล้ว คือ กล้องเนี่ยผมต้องไปยืมเพื่อนครับ แล้วผมไม่รู้ว่าเพื่อนเค้าจะให้ผมยืมหรือเปล่า อ้าวยังไงกันแน่คะ น้องติต้องถ่ายให้พี่นะคะ พี่บอกนักศึกษาบอกคนอื่นไปแล้ว ... ตอนนั้นมันจี๊ดดดดด มาก คือ ตัวกล้องเนี่ย ผมต้องไปขอยืมเพื่อนก่อนครับ เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนเค้าจะสะดวกไหมหรืออะไรไหม ถ้าเพื่อนไม่สะดวกผมก็ถ่ายให้พี่ไม่ได้ครับ น้องติทำไมทำแบบนี้คะ พี่บอกคนอื่นไปแล้ว เดี๋ยวผมถามเพื่อนก่อนนะครับ ค่ะ น้องติจะให้คำตอบพี่ได้เมื่อไหร่คะ เดี๋ยวน้องติต้องไปทำงานแล้วไม่ใช่เหรอคะ ไม่ทราบว่า จะเมื่อไหร่คะ ตอนนี้เลยได้ไหมคะ พี่จะได้ไปนัดนักศึกษา .. ... ( แม่งงงงง เอ๊ยยยย ) ครับ เดี๋ยวผมขอโทรไปถามเพื่อนก่อนครับ เดี๋ยวผมจะโทรไปบอก ค่ะ จากนั้นก็ต้องโทรไปหาเพื่อน เพื่อจะไปยืมกล้อง ดีที่ว่าเพื่อนว่าง ให้ยืมได้ ก็เลยต้องโทรไปหาเค้า พี่ครับผมยืมให้ได้แล้วครับพี่จะให้ผมไปวันไหน ก็วันที่น้องติว่างค่ะ แล้วแต่น้องติ ว่าน้องติว่างวันไหนที่มันไม่กระทบกับงาน แต่ขอภายในสัปดาห์นี้ละกันน้องติว่ายังไงล่ะคะ ว่างวันไหนแล้วทางนู้นเค้านัดกับน้องติวันไหน พี่ครับผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเค้าจะนัดผมวันไหน งั้นน้องติว่างวันไหนละคะ ของพี่น้องเค้าจะมาพร้อมกันวันจันทร์ บลา ๆ ๆ ๆ ๆ โอเคครับงั้นวันพฤหัสบ่ายละกันครับ ค่ะตามนั้นค่ะ พอวางสายก็มานั่งคิด ได้เงินมาก็ไม่คุ้ม ไหนจะภาษี หักค่านายหน้า จ่ายให้เพื่อน มาฟังลูกค้าด่า ลูกค้าตามจิก ใช้งาน ไหนจะต้องเดินทางไปคุยกับเค้า ไหนจะต้องทำรูปเล่มรายงาน ไหนจะต้องไปพรีเซนต์การใช้งานให้กับลูกค้า แล้วนี่กูต้องแบกกล้องไปถ่ายรูปให้เค้าอีก ไหนจะต้องแบกหน้าคุยกับเพื่อน แล้วโดนเพื่อนเหวี่ยงใส่อีก ( ศัพท์คำนี้แปลว่าไรบอกที เห็นเค้าใช้กัน ) เวลาส่วนตัวก็ไม่มี ใกล้เป็นคนบ้าโรคจิต ได้ิยินเสียงโทรศัพท์แล้วผวา เห็นชื่อบนมือถือแล้วเกิดการปวดขมับ ไม่ไหวแล้ว กรู ... ไม่น่ารับงานนี้มาเลย ไหนจะงานเก่า ไอ้หอกหักเอ๊ยยยยยยยยย ทำเป็นซะที่ไหน ยากก็ยาก คนสอนก็ไม่มี จะถามพี่เค้าก็เกรงใจ ไม่รู้จะถามอะไร เพราะไม่รู้ เชี่ยไรเลยกู เริ่มต้นยังไม่ถูก จะจบโปรเจคท์ไงวะ ไหนถ้าเกินเวลาก็โดนปรับอีก ชีวิตกูรันทดงี้วะ ปรึกษาใครก็ไม่ได้ พูดให้ใครฟังก็ไม่เข้าใจ เวลาบอกกับใครก็โดนทับถมอีก เกิดมาเป็นคนไม่มีทีอยู่จริงๆ กู .................................................. มา edit เพิ่ม ตอน 5 ทุ่ม ลูกค้าโทรมา .... กำลังกดรับดันยิง ดี ไม่โทรกลับให้เสียอารมณ์หรอก จากนั้นก็คุยเอ็มกับพี่เบนซ์ ก็ได้รับคำแนะนำ พอสมควรเลย รู้งี้ปรึกษาพี่เบนซ์แต่แรกก็ดี จะได้ไม่ต้องรับ ความเจ็บปวดแบบนี้ เจ็บแล้วจำ ก็น่าจะดีใช่ไหม คุยกับพี่เบนซ์แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่ต้องทำคือ 1. timeline บอกเค้าไปเลยว่าระยะเวลาดำเนินการมีอะไรบ้าง 2. รายละเอียดของขั้นตอนการทำต่าง ๆ ขอบเขตงานว่ามีอะไรบ้าง 3. เรื่องของหน้าเว็บดีไซน์ ก็ทำอีกซัก 2 - 3 ตัวเลือกให้เค้าเลือก ถ้าเกิดส่งไปทีละครั้งแบบปัจจุบัน เค้าก็จะไม่พอใจแบบนี้แหละ 4. ถ้าเกิดเค้าไม่ไหวหรือไม่พอใจจริง ๆ ก็บอกว่า ทำไม่ไหว จ้างคนอื่นแล้วกัน ขอยกเลิกสัญญา 5. ติดต่อขอให้ดำเนินการผ่าน email อย่างเดียว ยกเว้นธุระสำคัญจริงจึงใช้โทรศัพท์ 6. งานใดที่นอกเหนือจากตารางเวลา ก็บอกเค้าว่า ตอนนี้ผมวางงานไว้เท่านี้งานนอกเหนือจากนี้ผมยังไม่ทำ 7. สิ่งที่ทำให้เค้าเกิน ถือซะว่า "เป็นของแถม" 8. แน่นอนว่า ลูกค้าจ้างเราเท่านี้ งานที่เค้าอยากได้ย่อมมากกว่าานั้นอยู่แล้ว แต่ก็ต้องบอกให้เค้าพึงระลึกถึงไว้ว่า เงินจำนวนเนี้ย คนอื่นเค้าไม่รับกันหรอกนะ รับให้ก็บุญแล้ว 9. หลังจากจบงานสองงานนี้ จะไม่รับงานนอกอีกต่อไปแล้ว จนกว่าจะมีความสามารถฝึกฝนประสบการณ์มากกว่านี้ + กังวลใจ กังวลใจ เดี๋ยวมาเล่าคืนนี้ ... ขอไปผจญภัยก่อน มา edit เพิ่ม-> วันนี้ก็เหมือนเคย ไปสาย! อีกแล้ว ไปสัมภาษณ์งาน 7 ครั้ง สาย 6 ไปก่อนเวลา 1 ... อยากฆ่าตัวเองให้ตาย แก้สันดานตัวเองไม่ได้จริงๆ นัดใครกุก็ไปสายตลอด เฮ้อ ... วันนี้ก็ไปสอบเข้างานมา ยากชิบหาย ออกข้อสอบแบบนี้ คิดว่า เด็กจบใหม่ที่ไหนจะำทำข้อสอบได้ครับ ถามหน่อย ต่อให้ทำงานมาหลายปี ก็ยังทำไม่ได้เลยครับ ข้อสอบระดับเทพใครทำได้คงไม่ต้องมานั่งงก ๆ ทำข้อสอบนี้แล้ว เปิดบริษัทเองควบคุมเองดีกว่าไหม ... แถมซวยอีก ฝนตั้งนานไม่ตก เสือกตกตอนจะกลับบ้าน เลิก สี่โมงครึ่ง ยืนรอถึงหกโมง ก็ยังไม่หยุดตก โว๊ยยยยยย พอละชีวิต นอนดีกว่า + ไม่สบายใจ ตอนนี้ไม่สบายใจเอามาก ๆ เพราะรู้ตัวเลยว่า ช่วงนี้ตัวเองอารมณ์รุนแรง รุนแรงหมายถึง ช่วงนี้ไม่อยากจะพูดคุยกับใคร ไม่อยากจะพูดดีกับใคร ไม่อยากจะยิ้มให้ใคร ความรู้สึกตอนนี้คือ ท้อแ้ท้ ผิดหวัง เหนื่อยใจ และหมดความอดทนแล้ว มันรู้สึกแย่ แย่เอามาก ๆ วันนี้นั่ง ๆ อยู่ก็รู้สึกปวดหัว เหมือนจะระเบิด ออกอาการหน้ามืด กระทันหัน ดีที่นั่งอยู่ ไม่ได้ยืน ถ้ายืนคงหมดสติ ไปแล้วมั้งเนี่ย ตอนนี้อยากจะไปเที่ยวทะเล นั่งอยู่ริมทะเล ฟังเสียงคลื่น ลมเย็น ๆ อยากไปนั่งริมแม่น้ำ ดูพระอาทิตย์ตก ... ก็ได้แต่นึกละว้า ... เพ้อเจ้อจริง ๆ แล้วกุ + . . . . . . เ ห นื่ อ ย แ ต่ ก็ ต้ อ ง ท น ซั ก วั น โ อ ก า ส มั น ต้ อ ง เ ป็ น ข อ ง เ ร า . . . + ว่าด้วยเรื่อง รัก รัก ทั้งที่ใจ ไม่อยากพบเจอ เพราะไม่อยากจะกลับไปคิดถึง หันมองไปทางใด ก็จะเห็นแต่เธออยู่เรื่อยไป ในใจก็พร่ำบอกว่า เธอนั้นไม่คิดอะไร อย่าให้ความหวังตัวเองไปเลย เพราะมันไม่เคยจะเป็นจริง ย้ำเตือนกับตัวเอง อย่าคิดอะไรเกิืนตัว เมื่อเธอไม่เหลียวไม่มอง ฉันคงทำอะไรไม่ได้ ฉันยังคงอยู่ตรงนี้ ตรงที่เราเคยพบเจอกัน ตรงที่เราเคยยิ้มให้กัน ตรงที่เราเคยโอบกอดกัน คำลา คำสุดท้าย ที่ฉันเคยบอก เธอคงจะยังไม่เคยลืม ฉันคงไม่หวังอะไรอีก นอกจากหวังแค่เพียงลบเลือนเธอออกไปจากใจ... เปลี่ยนโหมด ดีใจยามที่เธอยิ้มให้ ดีใจยามที่เธอเรียกหา ดีใจยามที่เธอเห็นฉันพิเศษกว่าใคร อยากจะเดินไปกอด อยากจะเดินไปทัก อยากจะเดินไปคุย มันก็ไม่กล้า ขอเพียงเราสองคน ยังรู้สึกดีต่อกันแบบนี้ต่อไป ไม่รู้ว่าเธอจำได้ไหม ครั้งแรกที่เราเจอกัน โอบกอดแรก ที่คาดไม่ถึง ไม่รู้ว่าเธอจำได้ไหม เธอเป็นคนแรกที่ฉันมองหา และเป็นคนแรกที่มา ขอโทษ ไม่รู้ว่าเธอจำได้ไหม ของชิ้นนั้นที่ฉันให้ ฉันให้ด้วยใจจริง ไม่รู้ว่าเธอจำได้ไหม ของที่เธอให้มา บอกฉันว่า เพราะรักมากเลยให้มาก และฉันก็ตอบเธอไปว่า รักเหมือนกันก็เลยให้มากเหมือนกัน มันเลยทำให้ฉันรู้สึกว่า เธอคือคนที่พิเศษกว่าใคร กว่าใครที่ฉันพบเคยเจอ แต่ ... เราสองคน พบเจอกันน้อยเกินไป ฉันกลัวว่า ระยะห่างระหว่างเราทั้งสอง จะทำให้ความทรงจำดี ๆ ระหว่างเราเปลี่ยน ก็หวังได้แต่เพียงเท่านี้ เก็บความทรงจำดี ๆ นี้ไว้ ปล. แต่งแล้วตะขิดตะขวงใจว่ะ ใช้คำว่า ผม มันก็สุภาพเกิน ใช้คำว่า ฉัน ก็ตลกเกิน จะใช้คำว่า กู ก็เกรงใจเกิน จะใช้คำว่า เธอ ก็พิลึก จะใช้คำว่า มึง ก็เชี่ย สุดท้ายก็ออกมาแบบนี้ พิลึกดี หึหึ - 2 คน กับ 2 ความรู้สึก รู้สึกดีที่อีกคน ทำใจไม่ให้รู้สึกได้ แต่รู้สึกดียิ่งกว่า ที่รู้สึกดีกับอีกคนมากขึ้น... แมร่งเอ๊ย เสียดาย ถ้าใจกล้ากว่านี้อีกนิด กูคงไม่มานั่งเหงาแบบนี้หรอกสาดดดดด เซ็ง -*- + วันนี้แหละจะขอเริ่มต้นอีกครั้งวันนี้จะขอเริ่มต้นอีกครั้ง กับการ คิดใหม่ ทำใหม่ คิดดี ทำดี ตั้งมั่น ตั้งใจ แน่วแน่ และมั่นคง ก้าวเดินตามฝัน ถึงแม้จะหนัก จะลำบาก จะท้อก็ไม่สน ขอเพียงบรรลุสิ่งมุ่งหมาย สำเร็จตามที่ตั้งใจทำ + บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า ชมัด + กูนี่จะบ้าไปไหน หลังจากระยะเวลาที่ผ่านมาเคร่งเครียดกับการสัมภาษณ์งาน และวุ่นวายกับ การเดินทาง ที่แสนจะเคร่งเครียด วันก่อนไปคุยงานที่ สถาบันแห่งหนึ่งมา ไปแล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลย แถมยังโดนแก้งานยับ สรุปคือ ทำใหม่หมดนั่นเอง วันต่อมาก็ไปเทสงานที่บริษัทเพลงชื่อดังแห่งหนึ่งแถวลาดพร้าว ก็โจทย์งานไม่ยากหรอก แต่ทำไม่ได้ เพราะมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะ ก็เลยทำได้ไม่ดี เค้าบอกว่าประมาณ 1 สัปดาห์จะติดต่อมา ก็โอเค วันต่อมาก็ไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทแห่งหนึ่งแถวสถานีบีทีเอสนานา ก็ย่ำแย่เพราะว่าไม่สามารถตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษได้ ตัวงานก็เป็นงานที่อยากทำมาก นี่แหละใฝ่ฝันไว้เลย แต่คงยากหากจะอยากทำ แต่ก็ต้องพยายามใช่ไหม อนาคตทั้งที วันถัดไปจะต้องไปสัมภาษณ์งานบริษัทเพลงชื่อดังแถวลาดพร้าว แต่ทีนี้เป็นอีกงานสังกัดนึงไม่ใช่งานที่ไปเทสมา ซึ่งบอกตอนนี้ว่า ไม่อยากไป ไม่อยากทำแล้วงานด้านนั้น รู้สึกว่าไม่เหมาะกับตัวเองและมันยังไม่ใช่งานที่อยากเรียนรู้ วันนี้เลยกลับมานั่งคิดว่า จะทำยังไงกับชีวิตต่อไปดี แต่พอมองดูแล้วก็เอ้อยังมีงานอีกเยอะที่ยังจะรองรับเรานะ ช่วงนี้ก็พยายามหางาน ให้ได้ พร้อมกับฝึกฝนตัวเองให้ดี อย่างแรกเลยคือ ฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะว่าตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพราะคนอื่นแนะนำมา เลยทำให้ภาษาอังกฤษเรานั้นไม่จำเป็นแต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่มีความจำเป็น เป็นอย่างมาก ถ้าหากเราสามารถพูด เขียน ฟัง อ่าน อังกฤษได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับตัวเอง ในอีกระดับนึงเลย ต่อมาคือเปลี่ยนสายงาน สายงานในที่นี้คือ เปลี่ยนจากงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะว่า เราคิดแล้วว่า มันไม่เหมาะกับเราจริง ๆ และงานมันก็จำเจ มองไม่เห็นถึงอนาคตอันก้าวหน้า และที่สำคัญคือ ที่เราเป็นและถนัดสุดตอนนี้หางานยากมาก ๆ ก็เลยต้องไปศึกษาอะไรเพิ่มเติมอีก อย่างที่สามการเคลียร์งานทั้งหมดให้เสร็จรวดเร็ว เพื่อที่จะได้ฝึกตน ให้ดีเยี่ยม มันชักจะไม่ไหวและไม่ทันการเอาเสียแล้ว แล้วก็การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ตอนแรกนั้น เคร่งเครียดมาก แต่พอได้เพื่อน ๆ ก็โอเค แบ่งเบาไปได้เยอะ ต้องขอบคุณเพื่อนมา ณ ที่นี้ครับ หัวข้อคือกูจะบ้าไปไหน ก็คือว่า อย่างที่บอกว่าระยะเวลาที่ผ่านมา มันทำให้เรารู้สึกว่า ตัวเองบ้า บ้าทุกๆ เรื่อง ทำอะไรไม่เก่งไม่เป็น ซักอย่าง แต่ความจริงแ้ล้ว เรายังมีหนทาง เรายังมีอะไรอีกหลายอย่าง ที่ยังต้องทำในชีวิต มันไม่ได้จบแค่นี้ หนทางยังมีอีก ตอนนี้โล่งใจ จะรีบวิ่งไม่ได้นะ ชีวิต ค่อย ๆ เดินดีกว่า จะได้ไม่ล้ม และไม่เจ็บ !! สุดท้ายนี้ ... แอบงงว่า มีคนชอบว่ากูหน้าตาดี รายที่ 2 ในรอบเดือนละ แถม พี่อีกคนยังบอกว่า กูผมลง !!! amazing !!! = =" เค้าบอกว่า หน้าตากุดีกว่าในรูปอีก 5555555 + ไม่มีอะไรจะเขียน ไม่มีอะไรจะเขียน ไม่มีอะไรจะเขียน รู้แต่ว่า ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายมาก เบื่องานที่ต้องแก้จนอ๊วก เบื่องานที่ทำไม่ได้ เบื่องานที่ต้องพบเจอคนที่ไม่อยากเจอ อยากได้งานที่ทำแล้วมีความสุข มันจะหาได้ไหมเนี่ย ?????? + ชีวิตมันน่าเศร้า ไม่ได้อัพหลายวัน เพราะติดธุระ อีกอย่างนึงก็ เซ็ง ๆ ด้วยแหละ เซ็งอะไรน่ะเหรอ เค้าว่ากันว่า ความสุขมักจะผ่านไปเร็ว มันก็คงจริงแหละมั้ง ทำอะไรที่มีความสุขเวลามันก็มักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ค่อนข้างเครียดกับชีวิต เนื่องจาก ไม่รู้ว่ายังไงดี ทำงานในสิ่งที่ใจรัก ทำงานในที่เป็นอิสระ ทำงานที่มีเงินดี ทำงานที่มั่นคง ทำงานที่ไหนมันก็มีปัญหาทั้งนั้น อีกอย่างก็ รู้หน้าไม่รู้ใจ ก็เซ็งพอกัน ทำไมตัวกูเองถึงได้โง่อย่างนี้นะ ไม่รู้ว่าสมองที่มีมันไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่ โง่ ดักดานจริง ๆ เวลาที่มีก็ใช้ไม่เคยคุ้ม บัดซบ!! รับงานมา 2 งาน ดองมาเป็นเดือน ๆ เปลี่ยนแปลงตลอด เอาแน่เอานอนไม่ได้ ชีวิตตั้งใจจะวางแผนให้ดี มาเจออารมณ์แบบนี้ ทนไม่ไหวโว๊ย ไหนจะเจอลูกค้าเรื่องมากอีก !!! ชีวิตกูทำไมเจอแต่คนเรื่องมากเนี้ย !!! แล้วทำไมตัวกูต้องยอมคนประเภทนั้นด้วยเล่า !!! เซ็งโว๊ย !!! บ่นไปก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก ก็ นอนดีกว่า เซ็ง~ เผื่อพรุ่งนี้อารมณ์จะดีขึ้นมาบ้าง!!! + พากันมึน ขอเล่าย้อนกลับไปเมื่อวานครับ เมื่อวาน นั่งทำงานของสถาบันแห่งนั้น ถึงดึกดื่น ประมาณสองทุ่ม เพื่อนซิ้น ก็โทรมา ... โทรมารับปุ๊บ ... ติ สนใจ บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ไหม ... ก็เลยบอกไปว่า อ่อ ตอนนี้รอผลสัมภาษณ์อยู่ครับ บลา ๆ ๆ ๆ แล้ววางสายไป แต่พอมาคิดอีกที เห้ย มันเป็นงานที่อยากเข้าไปมีส่วนร่วมหรืออยากทำที่สุดเลยนี่หว่า ก็เลยโทรหาซิ้นอีกทีนึง ทีนี้ก็คุยกันยาวเลยครับ แล้วก็มาเขียนเรซูเม่ใหม่ ทีนี้เรซูเม่ ที่เขียนใหม่นั้นต้องแสดงถึงความสามารถรวมถึงความสนใจ ความแอคทีฟ ในงานนั้น เป็นอย่างมาก ก็เลยต้องมานั่งแถ ๆ ๆ ๆ กว่าจะเขียนเสร็จทั้งหมดก็ตี 1 กว่า ซิ้นก็บอกว่าให้ส่งข้อมูลไปให้พี่เค้าเลย แต่ ทีนี้ซิ้นก็ส่งไฟล์มาให้ด้วย ปัญญาจึงเกิดตรงที่ว่า สแกนที่บ้านมันเสีย จะแนบเอกสารใดไม่ได้เลย เลยเซ็งมาก แถมที่บ้านไม่มีโปรแกรมแปลงไฟล์จาก doc ไป pdf ด้วยก็เลยต้องหาโหลดอีก กว่าจะเสร็จอะไรเรียบร้อยก็ ตี ห้า ครึ่ง ตื่นเช้ามาตอน 8 โมง ก็มานั่งทำต่อให้เสร็จแล้วก็ส่งไปให้พี่เค้า จากนั้นคุยกับพี่ชิตเรื่องใบเสนอราคา ซึ่ง ... เครียดว่ะ ต้องเอาตัวจริงไปให้เค้า แล้วจะไปยังไงล่ะ -*- ปรินซ์ก็ไม่มี เลยคิดว่า ต้องไป หน้า ม. เพื่อไปปรินซ์งานก่อน ที่จะไปที่สถาบันแห่งนั้นซึ่งไกลชิบ !!!! จากนั้นประมาณ 10 โมงครึ่งก็รีบแต่งตัว ไปสัมภาษณ์ กว่าจะเสร็จและไปถึง ... บ่ายโมงเป๊ะ แล้วที่ RS ก็นะ ให้เรานั่งรอ กำลังรอ ๆ อยู่ มีผู้หญิงเดินเข้ามาเสียงคุ้น ๆ หันไปมอง กรี๊ด วิ นี่หว่า ... สรุปได้ว่า วิ ก็มาสัมภาษณ์เหมือนกัน รอได้ซักพัก HR ก็พาเราสองคนขึ้นไปที่ ตึก 2 ชั้น 5 วิน่ะไม่เท่าไหร่เค้าคงพาไปถูก แต่เรานี่ดิ มึนครับ ขอเท้าความไปไกล ๆ ก่อนว่าคราวก่อนที่มาสัมภาษณ์เป็น ช.ม. ๆ นั้น เป็นส่วนของงาน pleng.com ซึ่งงานเนี้ย จะทำเกี่ยวกับเว็บทางด้าน content กับการดูแลทางด้านระบบต่าง ๆ ซึ่งก็คุยกับพี่เค้าแล้วอะไรแบบนี้ ทีนี้ตอนวันที่ไปทำอีเวนท์ของ Goodyear ทาง RS ก็โทรมาให้เราไปสัมภาษณ์ ก็นึกว่าจะไปคุยกับ pleng.com อีกทีหนึ่ง วันนี้ก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรไปเลย กะจะไปคุยกับ HR เต็มที่ แต่ผิดคาดและผิดงานโดยสิ้นเชิงครับ = =" ทาง RS เค้าพาผมไปอีกหน่วยงานนึงคือ Zheza.com -*- สรุปง่าย ๆ คือ ผมต้องไปโดนสัมภาษณ์ใหม่ตั้งแต่เริ่ม 5555555 แต่ดีหน่อยที่ว่า zheza มันสบาย ๆ มาก รู้สึกดี ต่างจาก pleng นิดหน่อย เพลงดอทคอม พี่เค้าสัมภาษณ์ออกแนวเครียดมากมากมาก ชีซ่า ดูอบอุ่นมากกกกกก O_o นั่นแหละ จบ สรุปแล้ว ก็คือ พากันมึนแหละครับ อ้อ ตอนที่กำลังแต่งตัวไปที่ RS อยู่ดี ๆ มีเบอร์แปลก ๆ โทรเข้ามา ตอนแรกในใจคิด คงเป็นพี่ที่เราพึ่งส่งใบสมัครไป ไม่ก็ทาง RS โทรมาตาม ผิดคาด กลับเป็นอีกบริษัทนึง โทรมาว่า เราสนใจไหม เค้าจะส่ง resume ไปให้ทาง director พิจารณา O_o แถม ๆ พี่ชิต บอกงานของลาดกระบัง เค้าอยากได้ blog ด้วยนะ เห้ย !!!!!!!!! ขอบเขตงานเพิ่มนะเนี่ย อันเก่ายังไปไม่ถึงไหนเลยเหอะ ปัญหาชีวิตผมมันเลยเกิดขึ้นเช่นนี้แล มึนไป มึนมา สับสนไป สับสนมา จะเลือกอะไรดี จะทำอะไร อ๊าก ๆๆๆๆๆ อ้อ ไม่อยู่ 1 คืนนะจ๊ะพรุ่งนี้ >< + ประกาศ ประกาศ ถึง คนที่หลงเข้ามาทุกท่าน วันนี้ งด เล่าชีวิตประจำวัน ลงบนสเปซ 1 วัน ( จะบอกทำไมห๊ะ ) เนื่องจากเจ้าของสเปซ พบเจอปัญหาชีวิตด่วนมาก ๆ ทำให้เจ้าของสเปซเกิดการเครียด วิตกจริต และสับสนในชีวิตชั่วขณะหนึ่ง ทางเจ้าของสเปซหวังเป็นอย่างยิ่งกว่า บุคคลที่หลงเข้ามาอ่านจะเข้าใจ และยังติดตามการเขียนอันติ๊งต๊องของเจ้าของสเปซต่อไป Best Regards Kutiman , PS. เดี๋ยวทางเจ้าของสเปซจะขอรวบยอดเล่าทีเดียวในวันถัดไปหากมีโอกาส + ผมติด ... ติด ... ผมติด space แล้วครับตอนนี้ T^T วันไหนไม่ได้เขียนเหมือนขาดอะไรไปอย่าง แย่จัง!! มาตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นจริง ๆ หลาย ๆ อย่างของชีวิตตอนนี้ตัดสินใจด้วยตัวเอง !! - * - ที่จริงชีวิตนี้ก็ตัดสินใจด้วยตัวเองตลอดนั่นแหละ ( แบบว่าพ่อแม่เปิดโอกาสให้คิดเองทำเอง ^^) แต่ที่มันแตกต่างกันออกไป ก็คือ ความรู้สึกที่มันเปลี่ยนไป รู้สึกอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด เป็นผู้ใหญ่ขึ้น สมัยก่อนตอนเป็นเด็ก เป็นวัยรุ่น เห็นอะไรดี อะไรงาม อยากได้ มาตอนนี้กลับไม่อยากได้ อะไรที่ตอนเด็กคิดว่าไม่น่าจะได้ กลับมาตอนนี้กลับคิดว่า มันน่าจะได้ ?? สมัยก่อนโบกแท็กซี่ยังไม่กล้า สมัยนี้กล้าแม้กระทั่งคุยกับคนขับ ( 55+ ) สมัยก่อนเข้าเซเว่นไม่กล้าจ่ายเงินเอง สมัยนี้หยิบได้หน้าตาเฉย สมัยก่อนสั่งข้าวกิน ไม่กล้าสั่งเอง สมัยนี้ยืนชี้ ๆ ยังทำได้ สมัยก่อนไม่กล้าคุยกับคนแปลกหน้า สมัยนี้ต่อให้หน้าแปลกก็ยังกล้าคุย สมัยก่อนเวลาไปไหนต้องหาคนไปด้วย สมัยนี้ไปคนเดียวก็สบาย~ ไม่รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้ง ๆ ที่สมัยก่อนขี้อาย โคตร แต่ตอนนี้ก็ยังขี้อายอยู่ แต่ไม่ได้ขี้อายไร้สาระแบบสมัยก่อน = =" สมัยก่อนเวลาอยากได้อะไรจะใช้อารมณ์ตัดสิน สมัยนี้จะซื้อของที คำนวณแล้วคำนวณอีก เหมาะไหมที่จะซื้อ วันนี้ไปเดินสะพานเหล็ก ระลึกถึงความหลังสมัยมัธยม ที่สมัยก่อนเห็นไอ้นู้นก็อยากได้ ไอ้นี่ก็อยากได้ เดินได้แต่มองไปมา สะสมของเล่นทุกรูปแบบ สมัยนี้มองว่ากลายเป็นของไร้สาระ ไม่รู้จะซื้อไปทำไมไปซะงั้น ตอนเด็กเคยคิดว่าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็ก มาตอนนี้เข้าใจแล้วว่า ทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่เข้าใจเด็ก ก็โลกมันเปลี่ยน ความคิดมันเปลี่ยน อารมณ์ความรู้สึกตอนเป็นเด็กมันก็ลางเลือน ตอนเป็นเด็กก็มองในโลกสวยงาม เห็นอะไรก็ดีงามไปหมด พอโตขึ้นก็มองแบบผู้ใหญ่ขึ้น นั่นไม่ดี นี่ไม่ใช่ โน้นไม่จำเป็น = =a เห้อ ปีนี้เป็นปีแรกที่ต้องออกไปผจญภัย คงมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะถ่ายทอดให้ได้รู้ วันนี้จะทุกข์ พรุ่งนี้จะสุขอย่างไรก็ช่าง รู้แต่ว่าทุก ๆ วันมีเรื่องราวให้บันทึกและน่าติดตามตลอด สนุกโว๊ยยยยยย ยิ่งได้มาพิมพ์ด้วย มันพะยะค่ะ วันไหนเจอเรื่องเจ๋ง ๆ ได้มาพิมพ์แล้วรู้สึกว่า โอ้จอร์ช วันนี้กุเหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่ทำไมพอพิมพ์แล้วมันเยอะอย่างนี้เนี่ย เหอ ๆ + พอจะง่ายก็ง่ายจนงง พอดีว่าเวลาเข้าสเปซแล้วไม่เห็นตัวอักษรเยอะ ๆ แล้วมันรู้สึกไม่ดี ก็เลยปรับใหม่อีกรอบ อยากทำใหม่อยู่แต่ขอมีเวลาหน่อย ^^ ที่จริงเวลาว่างก็เยอะอยู่ แต่หมดไปกับอะไรก็ไม่รู้ 55 เรื่องมันมีอยู่ว่าวันนี้ไป ผจญภัย มาอีกแล้ว ( แต่เทียบกับคนอื่นก็จิ๊บ ๆ ) เมื่อคืนพี่ชิตโทรมาบอกว่า มีลูกค้าของสถาบันแห่งหนึ่ง เค้าอยากให้ไปปรับปรุงเว็บไซต์ให้เค้าหน่อย ให้ไปคุยกับเค้าพรุ่งนี้เลย O_o โอ้ว จอร์ช ซาร่า มัน จี๊ดไปเลยจ๊ะ งานเก่ายังไม่กระดิ๊ก งานใหม่จะเข้าละ ตอนแรกว่าจะไปถ่ายรูปติดใบสมัครงานที่ท่าพระจันทร์ รวมถึงว่าพอดี เพื่อนจิ เค้านัดกระผม ทำแบบสอบถามด้วย เอาไงดี ล่ะทีเนี้ย งานเข้า!! ตอนเช้าพี่ชิตโทรมาตอน 9 โมงบอกว่าติดต่อลูกค้าไม่ได้ ให้เราไปเลย โอ้ว จอร์ช ซาร่า มัน จิ๊ดไปเลยจ๊ะ ไปดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอครับพี่ T^T ก็เลยโอเค ครับ ๆ แล้วแต่งตัว ออกเดินทาง พอไปถึงก็เข้าไปในสถาบันแห่งนั้น โอ้ว จอร์ช ซาร่า ( พอได้แล้ว!! .. ) เค ๆ เป็นสถาบันที่เล็กพอดู เล็กกว่า ประมาณ ร.ร. เก่ากระผมเองมั้งเนี้ย = = ปกติไปสถาบันอื่นที่เป็นแนวเดียวกันออกจะกว้างขวาง ใหญ่โตนี่นา ก็โอเค ดีแล้ว สถาบันยิ่งกว้าง เรายิ่งหลง 55+ เค้าบอกนัดที่ตึก 1 ชั้น 8 ก็ใช้สายตาอันไหวปรี๊ดมองแผนที่ปรู๊ดปร๊าด เดินตรงดิ่งไปยังตึก ... ไอหย๋าไมตึกทั้ง ๆ ที่น่าจะดูใหม่แต่ไหงมันเก่างี้ล่ะ ของวางเกะกะแล้วทางขึ้นมันอยู่ไหน?? อะนั่น ๆ เดินตามเด็กคนนั้นไปดีกว่า ... ( เด็กเดินขึ้นบันได ) อะจ๊าก นึกว่าขึ้นลิฟต์ พอดีชินกับที่มหาวิทยาลัย แบบว่าเดินตาม ๆ เค้าไปไม่มีหลงแน่ T^T ก็เลยต้องวิ่งขึ้นไปถึงชั้น 8 เพราะถึงกำหนดเวลาแล้ว แล้วพี่ชิตกำชับมาว่าให้ตรงเวลานะ !! พอถึงเหงื่อไหลย้อยเลย 8 ชั้น!!! ก็มองหาห้อง อ๊ะ เจอแล้ว เลยเปิดประตูเข้าไป เห็นผู้ชาย(หรือเปล่า) คนนึงคุยโทรศัพท์อยู่ ด้วยความมีมารยาทเลยไหว้งาม ๆ ไป 1 ทีพร้อมกับยิ้มสวย ๆ ทันใดนั้นเอง มีผู้ชายอีกคนตัวใหญ่ ยืนขึ้นมา ถามว่า "มาทำอะไรครับ" ก็เลยบอกว่ามาจากบริษัทบลา ๆ (มารู้ทีหลังว่าผู้ชายคนแรกเป็น นักศึกษา -*- นีกุไหว้นักศึกษาเหรอเนี่ย ) จากนั้นเค้าก็เรียกให้ไปคุยงาน ... ก็ ... ชิวกว่าที่คาดไว้มากมาย เห็นได้ยินจากคำล่ำลือของ คุณหมิว หรือคนอื่น ๆ ที่เคยทำงานกับที่นี่ได้ยินว่า ... เนี๊ยบมาก แต่พอมาดู ไหงอย่างงั้นล่ะ แถมเค้าอยากได้อะไรที่มันอาร์ท ๆ อีกต่างหาก ผิดจากที่คิดไว้เยอะเลย แต่อย่างว่า งานนี้ทุนต่ำ อะ เงินน้อยจริง = =a แต่ก็ดีเหมือนจ๊อบพิเศษ ฮ่า ๆ อ้อ พอดีโดนถามว่า แล้วคนเก่าหายไปไหน ... ( หมายถึงพี่ที่มาทำคนก่อน น่าจะเป็นพี่เบนซ์ ) ก็เลยบอกว่า พี่เค้าไปเรียนต่อครับ เค้าก็เลยบอกว่า แบบนี้ไปเรียนที ต้องมาเริ่มคุยกันใหม่เหรอ?? อึ้งเลยตรู ... เค้าบอกประมาณว่า อยากให้เรามาดูแลตรงนี้ เพราะเค้าเปลี่ยนเว็บทุก ๆ ปีอยู่แล้ว ถ้ามีการคุยกันสม่ำเสมอก็จะสามารถปรับปรุงได้เรื่อย ๆ ><" เอาแล้วไงงานเข้า ฮ่า ๆ อ้อ บอกอีกอย่างว่า ตอนแรกนึกว่า มหาลัยกระผมจะสภาพโทรมแล้วนะ เจอที่นี่แล้วเปลี่ยนทัศนคติเลย ที่นี่ตึกดูใหม่นะ แต่เก่าโคตร โคตร ครับ สภาพโทรมมาก ดูพิศวงและน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก เห็นแบบนี้แล้วรักมหาวิทยาลัยตัวเองขึ้นมาทันทีเลย อ๊าก ผมรักบางมด ^^!! เด็กพระจอมเกล้า เ้ย้ จากนั้นก็ไปที่เขตธนบุรีครับ ไปรับใบ สด. 8 ที่มันค้างมาเป็นชาติแล้ว???? ไม่ได้ไปเอาเสียที ได้ยินกิตติศัพท์และคำล่ำลือเกี่ยวกับสัสดีเขตที่นี่ และเคยประสพพบกับตัวเองมาแล้ว บรื๋อ วันนี้เลยไปแบบกลัว ๆ ครับกลัวโดนด่า เพราะมันเลยเวลารับมาเป็นปี ๆ ละ พอไปถึงที่เขตก็พบกับประชาสัมพันธ์ที่ตอนแรกเห็นนั่งซุบซิบนินทากันอยู่ พอกระผมเดินเข้าไปถามล่ะก็ ... ทำหน้าเป็นตูดลิงเลย ไหนบอก 1 stop service ไง ทำไมให้ตูขึ้นไปชั้น 2 ล่ะ ?? ที่จริงก็รู้ล่ะครับว่าอยู่ชั้น 2 แต่ถามอีกทีเพื่อความชัวร์ พอขึ้นไปถึงก็ไปยืนอยู่หน้าห้องสัสดีเขต พอดีว่ามีคนมาติดต่อเรื่องทหารมั้ง ... แต่หน้านี่ไปแล้วอะ ดูจากอายุคงจะ 27 - 28 ... แต่ขอบอก เค้าเกิดปี 32 ครับ แต่ผมเกิดปี 30 อึ้ง อึ้ง อึ้ง ก็เลยยืนรอ นานมากประมาณครึ่ง ช.ม. -*- พอเค้าออก ผมก็เข้าต่อ ... ทำแป๊ปเดียวเอง 5 นาที แถมไม่โดนด่าไม่โดนว่าอะไรเลย เดินออกมาแบบมึน ๆ งง ๆ . . . เสร็จละ = =" เหอๆ จากนั้นก็เดินทางไปต่อที่ท่าพระจันทร์เพราะเพื่อนนัทเค้าแนะนำมาว่าที่นี่ถ่ายดี ก็เลยมาถ่าย O_o เข้าไปในร้านแอบอึ้ง มันร้านถ่ายรูปจริงเหรอวะ ร้านก็เล็กแล้วไม่มี พวกกล้อง พวกฟิล์ม พวกรูปอะไรโชว์ เป็นเหมือนร้านกาแฟ ขนมปัง ทำนองนั้นมากกว่า จากนั้นเจ้าของร้านก็มาคุยเรื่องรายละเอียดพร้อมกับโทรไปบอกข้างบนว่ามีคนมาถ่ายเพิ่มนะ พอถึงคิวก็ขึ้นไปถ่ายเปิดประตูออกไป อ๊าก ลมร้อนตีหน้า ... ก็เปิดประตูออกไปเจอร้านทำขนมปัง เตาร้อน ๆ เลย -*- แล้วมันจะมีอีกประตูให้ขึ้นไป พอขึ้นไปก็จะเป็นสตูดิโอ เก่า ๆ หน่อย แต่ก็โอเค เ้ค้าถ่ายฮาดีอะ พยายามทำให้เรายิ้ม ประมาณ น้อง ๆ ทำตามพี่บอกนะ ก้มหน้า พอ! มากไป เงยขึ้นนิด โอเค ยิ้มหน่อย ยิ้มอีก ยิ้มแบบมีความสุข ทำหน้านิ่งซิ ยิ้มอีกที กอดอกยิ้มซิ ดี ยิ้ม โอเค มาดูรูปกัน -*- มึนเลย เจอโดนสั่งยาว ๆ แบบนี้ ปกติที่เคยถ่ายก็แค่นั่งให้นิ่ง ๆ แล้วช่างก็ถ่ายแชะสองแชะแล้วจบกัน -*- พอออกมาจากร้านก็ว่าจะหาไรกิน แต่ท่าพระจันทร์ไม่มีไรกินเลย ( แบบว่ามาคนเดียว ) ถ้ามาหลายคนคงจะชวนไปหาไรกินได้เยอะกว่านี้ เหอะ ๆ ๆ ๆ ปล. - ที่บอกว่าพอจะง่าย คือ เหตุการณ์ในวันนี้เป็นอะไรที่ผมกังวลมาหลายวัน อย่าง สด 8 กังวลมาเป็นปีแล้ว อยากจะไปเอาแต่ไม่ได้ไป พอได้ไปเอามันก็ไม่มีอะไร (สรุปคือคิดมากไปเอง) ว่าจะไปถ่ายรูปก็ผลัดมาเป็นอาทิตย์ละ วันนี้ได้ฤกษ์ไป .. ก็ไม่มีอะไรนี่หว่า งานที่ไปคุยตอนแรกบอกว่า เนี๊ยบมากพอเอาเข้าจริงก็ไม่เห็นมีไรเลยนี่ = = - หมดเงินไป 6 ร้อยกว่าบาทวันนี้ เริ่มกินแกลบอีกแล้ว !!! - เอาน่าหนทางหาตังค์ยังมีอีกหลา่ยทาง อิอิ + รักเก่า...ลางเลือน ความรู้สึกมันกลับมาอีกแล้ว มาพร้อมกับเธอคนนั้น คนที่ทำให้ใจของผมนั้น เจ็บช้ำและเจ็บปวดมานานหลายปี แต่ในขณะเดียวกันเรื่องราวระหว่างเราก็ทำให้ ผมอมยิ้มได้ทุกครั้ง ที่นึกถึงมัน ผมเชื่อว่าเธอนั้นคงลืมหรือไม่สนใจอะไรในตัวผมแล้ว แต่สำหรับผมแล้วเธอก็ยังคงเป็นคนที่วิเศษกว่าใคร ๆ เพราะเธอเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า ทุกครั้งที่เราได้พบเจอกัน ความรักของผมคงจะน้อยเกินไป น้อยเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะรับรู้ น้อยเกินกว่าที่เธอคนนั้นจะรับและสัมผัสได้ มันจึงทำให้เธอ เลือนหายไป ผมคงไม่เสียใจ หากการจากลาของเราเป็นไปได้ด้วยดี แต่ความเป็นจริงการจากลาของเรามันจบแบบไม่สวยงาม และในวันนั้นผมก็ได้เจอเธอ .. เธอคนที่ผมเคยหลงรัก เธอเข้ามาในสายตาของผม โดยที่ผมไม่ได้ตั้งตัว เธอยังคงเหมือนเก่า ยังคงน่ารักและมีเสน่ห์เหมือนเดิม น้ำเสียงของเธอยังทำให้ผมหลงไหลเช่นเคย สายตาที่เธอมองมา ยังทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจได้จริง ๆ แต่สำหรับผมกลับทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินห่าง และเงียบไว้ เพื่อเก็บความในใจไม่ให้แสดงให้เธอรู้ เพราะไม่อยากจะเจ็บปวดอีกแล้วเป็นครั้งที่สอง แต่ก็แอบ ๆ มอง อยากจะเก็บรายละเอียดไว้ อยากน้อยก็ขอแค่ได้คิดถึงก็พอ ... ชีวิตที่มันอ้างว้างบางทีมันก็ชวนให้ตื่นเต้นเหมือนกัน เหอ ๆ ๆ ๆ ๆ เค้าบอกว่ายิ่งเกลียดก็ยิ่งเจอ ถ้าหากผมเกลียดอะไรซักอย่างที่อยากจะเจอ มันจะได้เจอไหมเนี่ย ฮ่า ๆ + บันทึกพิศวง * คำเตือน โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีควรมีผู้ปกครองให้คำแนะนำในการรับชม เมื่อวานนั่งหลับเขียนมั้งเนี่ย (+ บันทึกเหนื่อยหนัก 1 ) มานั่งอ่านอีกทีอ่านไม่รู้เรื่อง ลบมันเลยดีกว่า เอาเป็นสรุป ๆ ดีกว่า ที่ผ่านมา 3 วันกับการไปจัดงานเปิดตัว Goodyeardura plus บอกได้ว่ามันเหนื่อยชิบ~ ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ คนร่วมงานก็ชาวต่างชาติ เจ้าของงานก็เรื่องมาก แบรนด์แอมบาสเดอร์ก็เรื่องมาก ใคร ๆ ก็เรื่องมาก เหนื่อยโคตร ตอนแรกสนุกกับการทำงานนะ แต่พอทำไป ทำมา ก็ชักจะไม่ไหว ก็ยังงง? โอเค หลาย ๆ จุดเราอาจจะผิดพลาด แต่อยากจะบอกว่า หลาย ๆ อย่างก็ทำให้ด้วยใจทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ แต่ก็ยังช่วยผลที่ได้โดนด่ากลับมาอีก กุผิดเหรอเนี้ย ????? ชีวิตกุโดนทำร้าย !!!!! ไปคราวนี้มันสอนให้กุรู้ว่า ไม่ว่างานไหนมันก็เชี่ยทั้งนั้น ไม่ค่อยแปลกใจแล้วแหละว่า ทำไมเวลาทำงานถึงมีปัญหากันนัก ก็มันเป็นซะแบบเนี้ย มันมีคนประเภทเนี้ย อีพวกห่าราก ... อ๊าก ทำงานคราวนี้ได้เห็นอีกสัจธรรมหลายข้อคือ คือ คนที่รวยจริง เค้าจะบ้าบอ ดูน่ารัก ๆ ไงไม่รู้ ( คนต่างชาติ ) แต่คนไทยที่รวยกลับดูเหย่อยิ่งยโส(ธร) มากมาก แล้วก็ประเภท ไอ้คนธรรมดาริอาจจะไฮโซ พวกมึงกะกุก็มาทำงานเหมือนกันละวะ ถูกเค้าจ้างมาเหมือนกัน แล้วทำไมกุต้องเป็นเบ๊พวกมึงห๊ะ ผิดกับคนรวยจริงบางคน ทำไมนิสัยโคตรจะดีเลย เจอคนนึง คงจะเป็นแขกหรือทางบริษัทนี่แหละ แต่งตัวดูดีมีฐานะ เดินเข้ามาถามว่า กินข้าวหรือยังครับเนี้ย ก็อืม ... รู้สึกดีว่ะ ... ก็ตอบเค้าไป ยังไม่ได้ทานครับ ยิ้มให้อีก 1 ที ผิดกับอีปรสิต 4 ตัวเนี้ย แมร่งใช้งานกูจริง เห็นหน้ากุเป็นใช้งาน ไม่เคยปริปากซักคำว่า กูแดกข้าวหรือยัง หรือว่าหิวไหม? เชี่ย!! ทำไมกูปากจัดงี้วะ สงสัยอยู่กับ 4 ตัวนี้นานไปหน่อย ติดมาเลย เห้อ มาระบาย จะได้จบ ๆ กันไป ... มองหาความจริงแล้วก็พบว่า คนที่จะประสบความสำเร็จ ก็คือคนที่มีความสามารถ หากวันนี้ทำตัวไร้ค่า ไร้ความหมาย หนทางข้างหน้าก็ไม่มีวันที่จะไปถึง ถึงแม้จะก้าวเดินช้าไปหน่อย แต่ยังไงมันก็ยังขยับ มันยังเดินหน้า และมันก็ใกล้ถึงเส้นชัยมากยิ่งขึ้น บอกกับตัวเองแล้วยิ่งเข้าใจ ยิ่งมองยิ่งเห็น วันนี้ลำบากพรุ่งนี้จะสบาย มองโลกให้มันสดใส ชีวิตมันไม่ได้มีแต่เรื่องเลวร้าย ฟ้าหลังฝนมักสดใสเสมอ ^^ เมื่อวานเครียด วันนี้มีความสุข แค่นี้ก็สบายใจ แล้ว + มันยังมีหวัง? หลายวันที่ผ่านมา ใช้ชีวิตเสเพลมาก ๆ เสเพลในที่นี้ไ่ม่ได้หมายถึงทำตัวเลว ๆ กินเที่ยวอะไร เพียงแต่เรียกว่าใช้ชีิวิตให้เปล่าประโยชน์ และเป็นการเปล่าประโยชน์ที่ตั้งใจจะทำ? มันเกิดอาการเซ็งโลกอย่างบอกไม่ถูก ... ตอนกลางคืนคิดอยากจะทำนู้นนี่พรุ่งนี้จะทำนู้นทำนี่ แต่พอตอนเช้า ... นั่งเฉยๆ เล่นเกม ผลาญลมหายใจทิ้ง ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้เลย สองสามวันที่ผ่านมา อยากจะลองปิดกั้น ให้อยู่กับตัวเองบ้าง แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว คนเรามันต้องพูดต้องคุยจริง ๆ ตอนตัดขาดไม่พูดไม่คุยดู ... มันเครียดจริง ๆ แต่พอลองได้เปิดได้ทำ ... มันก็สบายใจขึ้น สุดท้ายชีวิตมันก็ยังมีทางออกเสมอ?? จะเร็วจะช้า มันก็ยังมา ... แล้วทำไมกูถึงแพล่มเรื่องเดิม ๆ ได้ทุกวัน?? พิมพ์วันนี้ พรุ่งนี้ก็ลืมแล้ว ????? เห้อ ... พูดเรื่องอื่นบ้างดีกว่า รู้สึกจริง ๆ ว่าความรักมันมีอยู่ทุกหนแห่ง เพียงแต่ว่าจะเปิดใจรับมันเข้ามาหรือเปล่าเท่านั้น เราเองก็ ... ไม่เคยเปิดใจรับใครเข้ามาถึงข้างในจริงจังซักที ไม่เคยได้ให้โอกาสใครซักคนได้เข้ามาลองเรียนรู้ หรือคิดที่จะเข้าไปเรียนรู้กับชีวิตของใครซักคน มันก็เลยเป็นอยู่แบบนี้ นั่ง ๆ คิดแล้วมันก็เหมือนกับเพลง ๆ หนึ่งของปาล์มมี่ (ฮ่าๆ) ที่บอกว่า มีหัวใจไม่เคยได้ใช้ จนเหมือนคนที่ไร้จิตใจ ออกแนวประมาณนี้เลย ไม่เคยได้ใช้จริง ๆ นะ จริง ๆ ยืนยันและสาบานได้เลยว่า หัวใจ ดวงนี้ไม่เคยมอบให้ใคร เพราะไม่มีใครให้มอบ เคยแอบคบกับคน ๆ นึงซึ่งไม่อยากจะเอ่ย ก็ ... เป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราวจริง ๆ แค่อยากมี หลง แค่นั้น พอถึงช่วงนึงก็รู้ได้เลยว่า มันไม่ใช่ ไม่ใช่ และไม่ใช่ที่เรียกว่า ความรัก สุดท้ายประตูจากที่แง้ม ๆ ก็ปิดลงเหมือนเดิม ไม่มีใครเดินผ่าน ไม่มีใครคิดที่จะลองมาไข มีแต่คนเอาหินมาปาหน้าประตู ทำลายประตู ทำร้ายจิตใจหรือคนที่เดินผ่านก็มักจะ เดินเข้าประตูฝั่งบ้านตรงข้าม หรือบ้านข้าง ๆ มากกว่า เหมือนตอนนี้ประตูมันขึ้นสนิมมีเถาวัลย์ผูกมัดเต็มไปหมด แถมประตูยังตั้งอยู่ในซอยเปลี่ยว ที่มันเป็นซอยตัน แถมยังอยู่ท้ายสุดของซอย ที่มีระยะทางเข้าไปในซอยล้าน ๆ กิโล โอกาสที่จะมีใครเดินเข้ามาตรงนี้แทบจะหมดหวัง แต่มันก็ยังมีหวัง? ... ถ้าหากวันนึงประตูมันดูสะอาดสะอ้าน เปิดต้อนรับทุก ๆ คนที่คิดจะเข้ามา จะมีคนเข้ามาไหมนะ? แล้วอยากรู้ว่าคน ๆ นั้นคิดจะเข้ามา เพื่ออะไร ? . . . ปริศนา . . . ก็ยังคงเป็นปริศนา . . . . . . ชีวิต . . . มันก็คือชีวิต . . . เห้อ + ณ ขณะหนึ่ง วันนี้ตื่นมาด้วยความว่างเปล่า ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร ชีวิตมันดูมืดมนและหม่นหมอง คิดถึงอนาคตแล้วใจสลาย ฉันควรทำอะไร ฉันควรทำเช่นไร ให้ใจฉันได้อิ่มเอมเหมือนเก่า เหมือนดั่งวันที่ฉันเคยเป็นสุข ทั้งที่ฉันตัดทิ้งทุกเรื่องราว ที่เป็นอดีตอันโหดร้าย ฉันตัดทิ้งสิ่งจอมปลอมทั้งหลาย ให้มันอยู่ในโลกของอดีต วันนี้ฉันเริ่มต้นใหม่ แต่ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไง ก็ได้แต่ยิ้มรับมันไป และก้มหน้ามองหาความจริง ทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ทำให้ใจของฉันเหมือนหุบเหว มองลงลึกไปไม่เห็นปลายทาง ดับมืดหมองหม่นมัวหมอง อยากได้แสงสว่างลงกลางใจ ขอเพียงมีไฟให้เห็นทาง ขอให้ใจฉันนั้นได้สำราญ ยิ้มเบิกบานเริงร่าท้าทุกชน ภาระที่ฉันนั้นต้องรับ มันหนักเกินทนจะทนไหว ขอเพียงแค่มีกำลังใจ จากใครสักคนที่ฉันมอง สักวันใจฉันคงดับหมอง เฝ้ารอคอยวันเฉาให้สิ้นหมาย ตั้งมั่นเพียงก้าวหน้าแต่เพียงกาย สุขสมหมายเพียงแค่นั้นก็เป็นพอ ใจฉันยังคงแข็งแรงดี เพราะทุกวันนี้นั้นตอบสนอง ต่อสิ่งเลวสิ่งดีทุกสิ่งปอง เลวดีแค่ไหนใจรับฟัง อยากจะบอกตอนนี้ว่า "หนักใจ" เหลือเกิน อนาคตจะเป็นยังไง จะยังไง ยังไง ไง หนทางมันเป็นยังไง แนวทางมันเป็นยังไง ฉันจะอะไรยังไง ไม่มีคำตอบ แต่เชื่อนะว่า หนทางมันยังมี ต่อให้มันยากแสนสาหัสก็ต้องทำ ชีวิตมันหยุดเดินแค่ตรงนี้ไม่ได้ ต้องพยายามแล้วฝันจะเป็นจริง ปล. อนาคตกู .... ต้องไม่สิ้นหวัง + ใจหายไปเลย ใจหายไปเลย หายไปในอากาศ ตอนนี้อารมณ์ประมาณนี้ ใจมันหวิว ๆ ก่อนนี้ว่าจะเรียกรอยยิ้มเดิมกลับมา แต่พอเอาเข้าจริง ยิ้มไม่ออก ... ก็ในเมื่อมันมีเรื่องกลุ้มใจและหนักอกหนักใจขนาดนั้น จะให้ยิ้มแบบมีความสุขได้ยังไง รู้สึกเห็นถึงอนาคตแล้วมันเหนื่อย ๆ ชีวิตต้องพบเจออะไรอีกเนี่ย ชักจะวุ่นวาย ๆ ขึ้นทุกวัน ๆ เมื่อวานนั่งพิมพ์เกี่ยวกับ resume ว่าจะลองหาที่ยื่นดู ... โอ้วจอร์ช ทำไมเหมือนตูทำอะไรไม่เป็นเลยวะเนี่ย 55 ที่จริงมันก็ทำอะไรไม่เป็นจริงๆ นั่นแหละ ช่วงนี้เลยหาหนังสือมาอ่านบานตะไท แต่ก็นะ ... ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็อัพสกิลไปได้เยอะแล้วแหละ รู้สึกตัวเองเก่งขึ้น (นิด) ก็พอใจละ มีเพื่อน ๆ หลายคนมาถามพวกงานต่าง ๆ ก็ตอบเท่าที่จะตอบได้ แต่อยากจะบอกว่า กระผมก็ตกงานอยู่เหมือนกันนะคร๊าบบบบบ แต่ดูเหมือนเพื่อน ๆ จะได้งานกันหมดแล้วนะ บางคนก็เรียนต่อ ก็เหลือแต่พวกที่รอโปรเจคท์ กับพึ่งจบโปรเจคท์อย่างเรา ยังหางานกันอยู่ ... ซึ่งก็คงจะหายากแล้วแหละ เพราะหมดฤดูปรับเปลี่ยนงานละ ก็ได้แต่บอกว่า สู้ ๆ นะเพื่อน มีเงินแล้วเรามาฉลองกัน ><" |
|
|